กรอกงวดจ่ายค่าจ้าง → ระบบบอกว่าการเลิกจ้างมีผลวันไหนตามมาตรา 17 วรรคสอง และถ้าให้ออกทันทีต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวกี่วันตามมาตรา 17/1
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต — แล้วใช้ได้ทั้ง 196 เครื่องมือ
ทุกบัญชีได้เครดิตฟรีวันละ 5 สะสมได้ถึง 15 · งานละ 1 เครดิต
ใส่ข้อมูล พิมพ์หรือวางลงในช่อง — ไม่ต้องอัปโหลด ไม่ต้องรอคิว
เห็นผลทันที ผลลัพธ์อัปเดตตอนพิมพ์ เพราะคำนวณในเครื่องคุณเอง
คัดลอกไปใช้ กดคัดลอกแล้ววางต่อได้เลย ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายไปพร้อมกัน
อยากพิสูจน์เอง? ปิด Wi-Fi หรือถอดสายเน็ต แล้วลองใช้เครื่องมือนี้ดู — มันยังทำงานได้ตามปกติ เพราะไม่มีอะไรต้องส่งไปไหน · ส่วนการเปิดหน้านี้ใหม่ตอนไม่มีเน็ตมีเงื่อนไขอยู่ ไม่ได้ได้ทุกกรณี
กฎหมายไม่ได้เขียนเป็น “จำนวนวัน” แต่เขียนเป็น “งวดจ่ายค่าจ้าง” · พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง วางแบบไว้ว่า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน และให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย · แปลว่าคำตอบขึ้นกับว่าบริษัทจ่ายเงินเดือนวันไหน — จ่ายสิ้นเดือนแล้วยื่นวันที่ 10 มกราคม หนังสือจะ “ถึง” งวดสิ้นเดือนมกราคม จึงมีผลเลิกสัญญาเมื่อถึงงวดถัดไปคือสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งยาวกว่า 30 วัน · เครื่องมือนี้คำนวณวันนั้นให้จากรอบจ่ายค่าจ้างที่คุณกรอกเอง แต่ให้ตรวจกับสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของคุณด้วยทุกครั้ง เพราะหลายที่กำหนดไว้ยาวกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทำได้เพราะเป็นคุณแก่ลูกจ้างมากกว่า
มาตรา 17/1 ซึ่งเพิ่มเข้ามาโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เขียนว่า ในกรณีที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบตามมาตรา 17 วรรคสอง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับนับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผลตามมาตรา 17 วรรคสอง โดยให้จ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน · เครื่องมือนี้จึงนับ <b>จำนวนวัน</b> ในช่วงนั้นให้ เพราะช่วงเวลาถูกกำหนดไว้ในตัวบทชัดเจน แต่จะไม่แปลงค่าจ้างรายเดือนของคุณเป็นค่าจ้างรายวันให้เอง เพราะมาตรานี้ไม่ได้กำหนดตัวหารไว้ การหารด้วยเลขใดเลขหนึ่งจึงเป็นการตีความแทนคุณ — ให้กรอกอัตราค่าจ้างต่อวันตามสัญญาจ้างหรือข้อบังคับของคุณเอง แล้วระบบจะคูณให้ · ทั้งนี้เงินก้อนนี้เป็นคนละก้อนกับค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งอยู่ในเครื่องมือคำนวณค่าชดเชยแยกต่างหาก
★ นี่คือจุดที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้ ★ มาตรา 119 วรรคท้ายเขียนไว้ว่า “ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้” · ผลคือถ้าคุณตั้งใจเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะเหตุตามมาตรา 119 แต่เขียนในหนังสือเพียงว่า “ไม่ผ่านการประเมิน” หรือ “ปรับโครงสร้างองค์กร” เหตุจริงที่ไม่ได้เขียนไว้จะยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ · เครื่องมือนี้จึงบังคับให้กรอกช่องข้อเท็จจริงเมื่อคุณเลือกโหมดเลิกจ้างตามมาตรา 119 และจะไม่ยอมให้พิมพ์เอกสารที่เว้นช่องนั้นไว้เงียบ ๆ · ส่วนการเลิกจ้างทั่วไปที่จ่ายค่าชดเชยตามปกติ กฎหมายไม่ได้บังคับให้ระบุเหตุในหนังสือ แต่การเขียนไว้ก็ไม่ได้เสียหายและมักช่วยให้เข้าใจตรงกัน
ใช้แทนไม่ได้ และเราจะไม่อ้างว่าใช้แทนได้ · สิ่งที่เครื่องมือนี้ทำคือ (ก) จัดหน้าเอกสาร (ข) คำนวณวันตามแบบที่มาตรา 17 วรรคสองวางไว้ จากรอบจ่ายค่าจ้างที่คุณกรอก และ (ค) ยกตัวบทที่เกี่ยวข้องมาให้คุณอ่านเอง · สิ่งที่มันไม่ทำคือตัดสินว่ากรณีของคุณเข้าเหตุตามมาตรา 119 หรือไม่ เพราะนั่นเป็นข้อเท็จจริงรายกรณีที่เราไม่รู้และไม่ควรเดา · การเลิกจ้างที่ทำผิดขั้นตอนมีผลถึงเงินหลายเดือนของอีกฝ่าย ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาผู้รู้หรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนออกหนังสือ · ส่วนข้อมูลที่กรอก ทั้งชื่อลูกจ้าง ค่าจ้าง และเหตุผลที่เลิกจ้าง ถูกประกอบเป็นเอกสารด้วยจาวาสคริปต์ในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ไม่มีการอัปโหลด ไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์เรา และเราไม่บันทึกร่างให้อัตโนมัติ
ต้องเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะส่งได้ — เพื่อให้เรารู้ว่าใครเจอปัญหา และกันข้อความอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้คุณมานั่งพิสูจน์ว่าไม่ใช่บอท เข้าสู่ระบบ