กรอกผู้จ่าย ผู้ถูกหัก และยอดเงิน → ได้เอกสารตามแบบท้ายประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 131) ครบ 3 ฉบับพร้อมพิมพ์ เลขบัตรไม่ออกจากเครื่อง
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต — แล้วใช้ได้ทั้ง 196 เครื่องมือ
ทุกบัญชีได้เครดิตฟรีวันละ 5 สะสมได้ถึง 15 · งานละ 1 เครดิต
ใส่ข้อมูล พิมพ์หรือวางลงในช่อง — ไม่ต้องอัปโหลด ไม่ต้องรอคิว
เห็นผลทันที ผลลัพธ์อัปเดตตอนพิมพ์ เพราะคำนวณในเครื่องคุณเอง
คัดลอกไปใช้ กดคัดลอกแล้ววางต่อได้เลย ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายไปพร้อมกัน
อยากพิสูจน์เอง? ปิด Wi-Fi หรือถอดสายเน็ต แล้วลองใช้เครื่องมือนี้ดู — มันยังทำงานได้ตามปกติ เพราะไม่มีอะไรต้องส่งไปไหน · ส่วนการเปิดหน้านี้ใหม่ตอนไม่มีเน็ตมีเงื่อนไขอยู่ ไม่ได้ได้ทุกกรณี
รวมสามฉบับ · มาตรา 50 ทวิ เขียนว่าต้องออกให้ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย “สองฉบับมีข้อความตรงกัน” และคำแนะนำของกรมสรรพากรระบุข้อความที่ต้องขึ้นด้านบนไว้ชัด คือ ฉบับที่ 1 “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ” และ ฉบับที่ 2 “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เก็บไว้เป็นหลักฐาน” จากนั้นคำแนะนำข้อ (2) สั่งว่า “ให้จัดทำสำเนาคู่ฉบับ (ฉบับที่ 3 นอกเหนือจากฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2) ไว้ด้วย” ซึ่งผู้จ่ายเงินเก็บไว้เอง หน้านี้จึงพิมพ์ครบทั้งสามฉบับให้ในการสั่งพิมพ์ครั้งเดียว
มาตรา 50 ทวิ แยกไว้สามกรณี · กรณีเงินได้ตามมาตรา 3 เตรส (ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา ค่าเช่า ค่าขนส่ง ค่าบริการ ฯลฯ) ให้ออก “ในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย” · กรณีเงินเดือนค่าจ้างตามมาตรา 50 (1) ให้ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษีออกจากงานในระหว่างปีภาษี · กรณีตามมาตรา 50 (2) (3) หรือ (4) ให้ออกในทันทีทุกครั้งเช่นกัน
ออก “ใบแทน” ได้ และวิธีที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ไม่ใช่การพิมพ์ใบใหม่เปล่า ๆ · คำแนะนำเขียนว่า “การออกใบแทนให้ใช้วิธีถ่ายเอกสารสำเนาคู่ฉบับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และให้มีข้อความว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านบนของเอกสาร ซึ่งผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องลงลายมือชื่อรับรองด้วย” หน้านี้มีโหมดใบแทนที่ขึ้นคำว่า “ใบแทน” ให้ที่ด้านบนและเว้นช่องลงลายมือชื่อรับรองไว้ แต่ถ้าคุณยังมีสำเนาคู่ฉบับอยู่ วิธีที่ตรงกับคำแนะนำที่สุดคือถ่ายเอกสารจากคู่ฉบับนั้น
ตัดออกโดยตั้งใจ · แบบท้ายประกาศฉบับที่ 131 มีบล็อกย่อยของเงินปันผลตั้งแต่ข้อ (1.1) ถึง (2.5) ซึ่งบังคับให้ระบุว่าผู้รับเงินปันผลได้รับเครดิตภาษีหรือไม่ และถ้าได้รับ จ่ายจากกำไรที่เสียภาษีนิติบุคคลในอัตราใด · คำแนะนำของกรมสรรพากรใช้เนื้อที่ถึงสามหน้า อธิบายเฉพาะเรื่องนี้ และการติ๊กผิดช่องเดียวทำให้ผู้รับเงินปันผลคำนวณเครดิตภาษีผิด เราจึงเลือกไม่ทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ · กรณีเงินปันผลให้ใช้โปรแกรมของกรมสรรพากรหรือปรึกษาสำนักงานบัญชีของคุณ
เพราะอัตราหัก ณ ที่จ่ายอยู่ในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ซึ่งเป็นคนละฉบับกับแบบเอกสาร และเว็บนี้มีเครื่องมือแยกไว้แล้วที่หน้า “คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย” หน้านี้เป็น “ตัวออกเอกสาร” ไม่ใช่ “ตัวตัดสินอัตรา” จึงให้คุณกรอกยอดภาษีที่หักไว้จริง หรือกรอกอัตราที่คุณตรวจมาเองแล้วให้ระบบช่วยคูณ · การให้เว็บเลือกอัตราแทนคุณ แล้วอัตรานั้นผิด จะกลายเป็นเอกสารที่ยื่นสรรพากรไปแล้วผิดทั้งใบ
ไม่ถูกส่งไปไหนเลย · ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชนของทั้งสองฝ่าย และจำนวนเงิน ถูกประกอบเป็นเอกสารด้วยจาวาสคริปต์ในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ไม่มีการอัปโหลด ไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์เรา ไม่เข้าคิว · ส่วนโทษนั้นแบบท้ายประกาศพิมพ์คำเตือนไว้บนตัวเอกสารเลยว่า “ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต้องรับโทษทางอาญาตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร”
ต้องเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะส่งได้ — เพื่อให้เรารู้ว่าใครเจอปัญหา และกันข้อความอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้คุณมานั่งพิสูจน์ว่าไม่ใช่บอท เข้าสู่ระบบ