AliceLiumWork Smarter · Finish Faster

คำนวณ Subnet / CIDR (IPv4)

ใส่ IP กับ /prefix แล้วได้ network, broadcast, ช่วงโฮสต์, wildcard mask พร้อมตารางแบ่งวงย่อยและคำอธิบายภาษาไทย

เข้าสู่ระบบเพื่อใช้เครื่องมือนี้ — ฟรี

สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต — แล้วใช้ได้ทั้ง 196 เครื่องมือ

ไม่มีลายน้ำ เก็บเครื่องมือที่ใช้บ่อย
เริ่มด้วย Google
ฟรี ไม่มีโฆษณา

ทุกบัญชีได้เครดิตฟรีวันละ 5 สะสมได้ถึง 15 · งานละ 1 เครดิต

ทำงานในเครื่องคุณ ไฟล์ไม่ถูกอัปโหลด เห็นผลทันที ไม่ต้องรอคิว หักเครดิต 1 ต่อการใช้หนึ่งครั้ง · ไม่มีเน็ตก็ใช้ได้และไม่หัก
ติดตรงไหน?
1

ใส่ข้อมูล พิมพ์หรือวางลงในช่อง — ไม่ต้องอัปโหลด ไม่ต้องรอคิว

2

เห็นผลทันที ผลลัพธ์อัปเดตตอนพิมพ์ เพราะคำนวณในเครื่องคุณเอง

3

คัดลอกไปใช้ กดคัดลอกแล้ววางต่อได้เลย ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายไปพร้อมกัน

อยากพิสูจน์เอง? ปิด Wi-Fi หรือถอดสายเน็ต แล้วลองใช้เครื่องมือนี้ดู — มันยังทำงานได้ตามปกติ เพราะไม่มีอะไรต้องส่งไปไหน · ส่วนการเปิดหน้านี้ใหม่ตอนไม่มีเน็ตมีเงื่อนไขอยู่ ไม่ได้ได้ทุกกรณี

คำถามเกี่ยวกับคำนวณ Subnet / CIDR (IPv4)

network address กับ broadcast address คืออะไร ทำไมตั้งให้เครื่องไม่ได้?

network address คือที่อยู่ที่บิตส่วนโฮสต์เป็นศูนย์ทั้งหมด เช่น 192.168.1.0 ในวง /24 มันคือ “ชื่อของวง” ที่ใช้อ้างอิงเวลาเขียนตารางเราต์หรือ access list ส่วน broadcast address คือที่อยู่ที่บิตส่วนโฮสต์เป็นหนึ่งทั้งหมด เช่น 192.168.1.255 แพ็กเก็ตที่ส่งไปเลขนี้จะถึงทุกเครื่องในวงเดียวกันพร้อมกัน โปรโตคอลอย่าง ARP และ DHCP ใช้อยู่จริง ทั้งสองเลขถูกจองไว้ให้ทั้งวง จึงตั้งให้เครื่องใดเครื่องหนึ่งไม่ได้ และเป็นที่มาของสูตร “จำนวนโฮสต์ที่ใช้ได้ = จำนวนที่อยู่ทั้งหมด ลบสอง” ข้อควรระวังที่คนพลาดบ่อย: broadcast ของวงย่อยไม่ได้ลงท้ายด้วย .255 เสมอ เช่น 172.16.5.128/26 มี broadcast เป็น 172.16.5.191

wildcard mask ใช้ตอนไหน ต่างจาก subnet mask อย่างไร?

wildcard mask คือ subnet mask ที่กลับบิตทุกตัว เช่น 255.255.255.0 กลับเป็น 0.0.0.255 กติกาการอ่านตรงข้ามกันคือ บิต 0 แปลว่าต้องตรงกันเป๊ะ ส่วนบิต 1 แปลว่าตรงหรือไม่ตรงก็ได้ ใช้จริงในอุปกรณ์ Cisco สองที่หลัก คือ access list (access-list 10 permit 192.168.1.0 0.0.0.255) และคำสั่ง network ของ OSPF กับ EIGRP ข้อดีที่ subnet mask ทำไม่ได้คือ wildcard เขียนแบบไม่ต่อเนื่องได้ เช่น 0.0.0.254 จับเฉพาะเลขคี่หรือคู่ จึงเลือกกลุ่มเครื่องข้ามช่วงได้ในบรรทัดเดียว เครื่องมือนี้รับ wildcard mask เป็นอินพุตได้ด้วย และจะบอกให้รู้ว่าตีความเป็นแบบไหน

ทำไม /31 กับ /32 ถึงคิดจำนวนโฮสต์ไม่เหมือนตัวอื่น?

เพราะสูตรลบสองใช้ไม่ได้กับสองค่านี้ /31 มีที่อยู่ 2 เลข และ RFC 3021 ยกเลิก network กับ broadcast address ทิ้งไปเลย ทำให้ใช้ได้ทั้งสองเลข เกิดมาเพื่อลิงก์แบบจุดต่อจุดระหว่างเราเตอร์สองตัวโดยเฉพาะ ประหยัดกว่า /30 ที่เสียที่อยู่ทิ้งครึ่งหนึ่ง ส่วน /32 มีที่อยู่เดียวและใช้ได้ 1 เลข ไม่ใช่ซับเน็ตแต่หมายถึงการเจาะจงเครื่องเดียว ใช้กับ loopback interface ของเราเตอร์ host route ในตารางเราต์ และ ACL ที่ระบุเครื่องเดียว ถ้าเครื่องคิดเลขตัวไหนบอกว่า /31 ใช้ได้ 0 โฮสต์ แปลว่ามันใช้สูตรลบสองแบบไม่ดักกรณีพิเศษ

ทำไมไอพีของเน็ตบ้านผมขึ้นเป็น 100.64.x.x แล้วเปิดพอร์ตไม่ได้?

เลขช่วง 100.64.0.0 ถึง 100.127.255.255 คือ CGNAT ตาม RFC 6598 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแจกให้ลูกค้าแล้วแปลง NAT อีกชั้นก่อนออกอินเทอร์เน็ตจริง เพราะไอพีสาธารณะ IPv4 ไม่พอแจกทุกบ้านแล้ว ผลคือคุณไม่มีไอพีสาธารณะเป็นของตัวเอง จึงเปิดพอร์ตให้เข้าจากภายนอกไม่ได้ ไม่ว่าจะตั้ง port forward ในเราเตอร์อย่างไรก็ตาม อาการนี้กระทบกล้องวงจรปิด NAS และการเปิดเซิร์ฟเวอร์เกม ทางแก้คือขอไอพีสาธารณะจริง จากผู้ให้บริการ (บางเจ้ามีค่าบริการเพิ่ม) หรือใช้บริการอุโมงค์ย้อนกลับแทน เครื่องมือนี้จะติดธงบอกให้ทันทีเมื่อไอพีที่ใส่อยู่ในช่วงนี้

เครื่องมือใกล้เคียง

บอกเราได้

เจอปัญหา หรืออยากได้อะไรเพิ่ม? บอกได้ตรงนี้เลย ไม่ต้องออกจากหน้านี้ไปหาอีเมล

ต้องเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะส่งได้ — เพื่อให้เรารู้ว่าใครเจอปัญหา และกันข้อความอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้คุณมานั่งพิสูจน์ว่าไม่ใช่บอท เข้าสู่ระบบ