สร้างหนังสือขอความยินยอมเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล แยกความยินยอมทีละวัตถุประสงค์ พร้อมรายการตรวจตามมาตรา 19
สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต — แล้วใช้ได้ทั้ง 196 เครื่องมือ
ทุกบัญชีได้เครดิตฟรีวันละ 5 สะสมได้ถึง 15 · งานละ 1 เครดิต
ใส่ข้อมูล พิมพ์หรือวางลงในช่อง — ไม่ต้องอัปโหลด ไม่ต้องรอคิว
เห็นผลทันที ผลลัพธ์อัปเดตตอนพิมพ์ เพราะคำนวณในเครื่องคุณเอง
คัดลอกไปใช้ กดคัดลอกแล้ววางต่อได้เลย ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายไปพร้อมกัน
อยากพิสูจน์เอง? ปิด Wi-Fi หรือถอดสายเน็ต แล้วลองใช้เครื่องมือนี้ดู — มันยังทำงานได้ตามปกติ เพราะไม่มีอะไรต้องส่งไปไหน · ส่วนการเปิดหน้านี้ใหม่ตอนไม่มีเน็ตมีเงื่อนไขอยู่ ไม่ได้ได้ทุกกรณี
เป็นคนละเอกสารและทำหน้าที่คนละอย่าง · <b>นโยบายความเป็นส่วนตัว</b> คือการ “แจ้ง” ตามมาตรา 23 — ประกาศไว้ให้ทุกคนอ่านได้ว่าคุณเก็บอะไร เพื่ออะไร เก็บนานแค่ไหน และเจ้าของข้อมูลมีสิทธิอะไรบ้าง ไม่ต้องมีใครเซ็น · <b>หนังสือให้ความยินยอม</b> คือการ “ขอ” ตามมาตรา 19 — ต้องมีการตอบรับของเจ้าของข้อมูล และคุณต้องเก็บหลักฐานไว้พิสูจน์ได้ว่าเขาให้ไว้จริง กับวัตถุประสงค์ไหนบ้าง เมื่อไหร่ · โดยทั่วไปทุกองค์กรควรมีนโยบายความเป็นส่วนตัว ส่วนหนังสือให้ความยินยอมจำเป็นเมื่อคุณ ใช้ “ฐานความยินยอม” ในการประมวลผล ซึ่งไม่ใช่ทุกกรณี — หลายกรณีมีฐานอื่นที่เหมาะกว่าและไม่ต้องขอความยินยอมเลย เช่น การประมวลผลเท่าที่จำเป็น เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ทำกับเจ้าของข้อมูลอยู่แล้ว หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย · เว็บนี้มีเครื่องมือสร้างนโยบายความเป็นส่วนตัวแยกไว้ต่างหาก ใช้คู่กันได้
เพราะมาตรา 19 กำหนดว่าในการขอความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ · ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในแบบฟอร์มที่หาได้ทั่วไปคือ การมัดหลายวัตถุประสงค์ไว้ในช่องติ๊กเดียว เช่น รวม “เพื่อจัดส่งสินค้า” กับ “เพื่อส่งโฆษณาและแบ่งปันให้พันธมิตรทางการค้า” ไว้ด้วยกัน ทำให้เจ้าของข้อมูลไม่มีทางยินยอมอย่างแรกโดยไม่ยินยอมอย่างที่สอง · เครื่องมือนี้จึงสร้างช่องติ๊กแยกทีละวัตถุประสงค์ให้ตั้งแต่โครงเอกสาร และจะเตือนถ้าคุณพิมพ์หลายเรื่องรวมไว้ในบรรทัดเดียว
ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ต้องได้รับความยินยอม <b>โดยชัดแจ้ง</b> ซึ่งเข้มกว่าความยินยอมทั่วไป เครื่องมือนี้จึงแยกข้อมูลกลุ่มนี้ออกเป็นข้อของตัวเอง พร้อมข้อความยืนยันที่ระบุชัดว่ายินยอมให้เก็บข้อมูลกลุ่มใดบ้าง ไม่ปนอยู่ในข้อเดียวกับข้อมูลทั่วไป · ส่วนกรณีเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ มาตรา 20 กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย โดยมีรายละเอียดต่างกันตามอายุและลักษณะของนิติกรรม เครื่องมือนี้จะเพิ่มช่องลงชื่อของผู้ใช้อำนาจปกครองให้เมื่อคุณติ๊กว่าเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ แต่การตัดสินว่ากรณีของคุณเข้าเงื่อนไขข้อใด ให้ตรวจกับตัวบทและผู้รู้
ไม่ใช่ และเราจะไม่อ้างแบบนั้น — นี่คือ <b>แบบฟอร์มตั้งต้น</b> ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ใช่การรับรองว่าองค์กรของคุณปฏิบัติตามกฎหมายครบแล้ว · การทำตาม PDPA ยังมีเรื่องที่กระดาษใบเดียวทำแทนไม่ได้อีกหลายอย่าง เช่น การเลือกฐานการประมวลผลให้ถูกตั้งแต่แรก การเก็บหลักฐานความยินยอมให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ การรองรับให้เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมได้ง่ายเท่ากับตอนให้ การจัดการคำขอใช้สิทธิ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการแจ้งเหตุเมื่อข้อมูลรั่วไหล · ถ้าองค์กรของคุณเก็บข้อมูลอ่อนไหว เก็บข้อมูลเด็ก หรือเก็บข้อมูลจำนวนมาก ควรให้ผู้รู้ตรวจก่อนใช้จริง · ส่วนข้อมูลที่คุณกรอกในหน้านี้ ถูกประกอบเป็นเอกสารด้วยจาวาสคริปต์ในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ไม่มีการอัปโหลด ไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์เรา และเราไม่บันทึกร่างให้อัตโนมัติ — เว็บที่รับแบบฟอร์ม PDPA ขึ้นเซิร์ฟเวอร์ตัวเองคือเว็บที่ละเมิด PDPA เสียเอง
ต้องเข้าสู่ระบบก่อนถึงจะส่งได้ — เพื่อให้เรารู้ว่าใครเจอปัญหา และกันข้อความอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้คุณมานั่งพิสูจน์ว่าไม่ใช่บอท เข้าสู่ระบบ