AliceLium
music_note

เพิ่ม–ลดเสียง / ปรับเสียงให้ดังเท่ากัน

คลิปเสียงเบาจนคนดูต้องเร่งเอง ดันให้ดังพอดีตามมาตรฐานยูทูบ หรือปรับหลายไฟล์ให้ดังเท่ากัน — ทำในเครื่องคุณเอง

lockทำงานในเครื่องคุณ ไฟล์ไม่ถูกอัปโหลด boltเห็นผลทันที ไม่ต้องรอคิว check_circleใช้ได้ไม่จำกัด ไม่นับโควตา
lock_open

เข้าสู่ระบบเพื่อใช้เครื่องมือนี้ — ฟรี

สมัครฟรีในไม่ถึงนาที ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต · เก็บประวัติงานของคุณให้อัตโนมัติ

boltสมัครฟรี — ใช้ได้ทันที
มีบัญชีแล้ว?
เข้าสู่ระบบ
check_circleฟรี auto_deleteไฟล์ลบใน 1 ชม. historyเก็บประวัติงาน 7 วัน

คำถามที่พบบ่อย

help
ควรตั้งความดังเป้าหมายเท่าไรดี?
expand_more

ถ้าคลิปจะลงยูทูบ ติ๊กต๊อก หรือสปอทิฟาย ให้ใช้ -14 LUFS เพราะแพลตฟอร์มกลุ่มนี้ จะปรับความดังของทุกคลิปให้เท่ากันเองอยู่แล้ว คลิปที่ดังเกินไปจะถูก “หรี่ลง” ซึ่งทำให้เสียงแบนและเสียรายละเอียดฟรี ๆ ส่วนคลิปที่เบากว่าเป้ามักไม่ถูกดันขึ้นให้ จึงเสียเปรียบชัดเจน ถ้าเป็นพอดแคสต์หรือคลิปสอนที่เป็นเสียงพูดล้วนให้ใช้ -16 LUFS และถ้าเป็นงานส่งสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุให้ใช้ -23 LUFS ตามมาตรฐาน EBU R128 ส่วนโหมด “ยอดคลื่นสูงสุด -1 dBFS” เหมาะกับตอนที่แค่อยากได้ดังที่สุดเท่าที่ไฟล์นี้ทำได้

help
LUFS ต่างจากเปอร์เซ็นต์หรือเดซิเบลธรรมดายังไง?
expand_more

เปอร์เซ็นต์กับเดซิเบลบอกแค่ว่า “คูณคลื่นเสียงด้วยเท่าไร” ส่วน LUFS คือความดัง ที่หูคนรู้สึกจริง ซึ่งคำนวณโดยถ่วงน้ำหนักย่านความถี่ตามการได้ยินของคน และตัดช่วงเงียบทิ้งก่อนเฉลี่ย จุดนี้สำคัญมากกับเสียงพูด เพราะระหว่างประโยคมีความเงียบเยอะ ถ้าเอาความเงียบมาเฉลี่ยด้วยจะได้ค่าที่ต่ำกว่าความจริง แล้วระบบจะดันเสียงขึ้นเกิน จนเสียงซ่าและลมหายใจลอยขึ้นมาดังลั่น เครื่องมือนี้จึงวัดตามมาตรฐาน ITU-R BS.1770 ที่มีประตูคัดช่วงเงียบสองชั้น ไม่ใช่การเฉลี่ยพลังงานดิบ ๆ

help
ทำไมบางไฟล์ดันขึ้นไม่ถึงเป้าหมาย?
expand_more

เพราะยอดคลื่นของไฟล์นั้นสูงอยู่แล้ว ถ้าคูณต่อไปคลื่นจะทะลุขีดสูงสุดของไฟล์เสียง (0 dBFS) แล้วยอดคลื่นจะถูกตัดหัวทิ้ง กลายเป็นเสียงแตกที่กู้กลับไม่ได้ ระบบจึงจำกัดตัวคูณไว้ที่ระดับที่ยอดคลื่นสูงสุดยังไม่ทะลุ แล้วบอกคุณตรง ๆ ว่ายังห่างเป้าหมายอีกกี่เดซิเบล อาการนี้แปลว่าไฟล์ต้นฉบับมีช่วงดังโดดขึ้นมาเป็นบางจุด (เช่นเสียงกระแทกโต๊ะ เสียง “ป” “ต”) ทางแก้ที่ได้ผลจริงคืออัดใหม่โดยห่างไมค์ให้พอดี หรือใช้ลิมิตเตอร์ในโปรแกรมตัดต่อ ซึ่งเราตั้งใจไม่ทำให้ เพราะการบีบไดนามิกจะเปลี่ยนบุคลิกเสียงต้นฉบับโดยที่คุณไม่ได้สั่ง

help
ทำไมได้ไฟล์ออกมาเป็น WAV ไม่ใช่ MP3 และไฟล์ใหญ่ขึ้นเยอะ?
expand_more

เพราะเบราว์เซอร์ไม่มีตัวเข้ารหัส MP3 ติดมาในตัว (เป็นข้อจำกัดของตัวเบราว์เซอร์เอง ไม่ใช่ของเว็บนี้) เครื่องมือที่ทำงานในเครื่องคุณล้วน ๆ จึงบันทึกเป็น MP3 ให้ตรง ๆ ไม่ได้ WAV เป็นเสียงดิบไม่บีบอัด ไฟล์จึงใหญ่กว่า MP3 ราวสิบเท่า แต่ข้อดีคือไม่ถูกบีบอัดซ้ำจนคุณภาพลดลงอีกชั้น ถ้าจะเอาไปใส่โปรแกรมตัดต่อ WAV คือรูปแบบที่โปรแกรมตัดต่อชอบที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการ MP3 จริง ๆ ให้เอาไฟล์ WAV นี้ไปแปลงต่อด้วยโปรแกรมบนเครื่องอีกทีเดียว

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมดchevron_right
content_cut
ตัดเสียง ตัดเพลง
ลากเลือกช่วงบนคลื่นเสียงแล้วตัดได้เลย ไฟล์ MP3 ตัดแบบไม่เสียคุณภาพ — ทำในเครื่องคุณเอง
merge
รวมไฟล์เสียง ต่อเพลงเป็นไฟล์เดียว
ลากไฟล์เสียงหลายไฟล์มาต่อกันตามลำดับที่ต้องการ — ทำในเครื่องคุณเอง ไม่ต้องอัปโหลด
content_cut
ตัดช่วงเงียบออกจากไฟล์เสียง
ตัดความเงียบหัวท้ายและช่วงหยุดยาวระหว่างประโยค ย่นไฟล์อัดเสียงให้สั้นลง — ทำในเครื่องคุณเอง
speed
ปรับความเร็วเสียงโดยเสียงไม่เพี้ยน
เร่งหรือหน่วงไฟล์เสียง 0.5-3 เท่า โดยคีย์เสียงเท่าเดิม ไม่กลายเป็นเสียงการ์ตูน — ทำในเครื่องคุณเอง
music_note
ดึงเสียงออกจากวิดีโอ
แปลงคลิปเป็นไฟล์เสียง M4A คุณภาพเดิม หรือ MP3 192k